กองทัพเมียนมาลั่นต้องเด็ดขาด เพื่อสกัดการปลุกระดม

  • You are here: Movie News and Sport News » News » กองทัพเมียนมาลั่นต้องเด็ดขาด เพื่อสกัดการปลุกระดม

นับจากนี้ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมาจะเน้นไปที่ “แกนนำม็อบ” และยืนยันคงมาตรการควบคุมสื่อต่อไปก่อน เพื่อป้องกันการปลุกระดม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า พ.อ.พิเศษ จอ มิน ตุน โฆษกคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงเมื่อวันอังคารว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือนนับตั้งแต่คณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐเข้ามาบริหารประเทศ เกิดความรุนแรงทางการเมืองย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต “อย่างน้อย 164 ราย” รัฐบาลขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และแสดงความเสียใจอย่างสูงสุดไปยังครอบครัวของผู้สูญเสีย เนื่องจาก “ทุกคนคือชาวเมียนมา”
 
ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมากล่าวถึงการที่สถานการณ์ประท้วงยังคงเกิดขึ้นรายวัน และมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างดุเดือดทุกครั้งว่า ภาครัฐไม่อาจมองว่า เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สงบและสันติ พร้อมทั้งกล่าวเชิงตำหนิบุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวนมากซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมประท้วง ว่าทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับประเด็นการควบคุมสื่อ พ.อ.พิเศษ จอ มิน ตุน กล่าวว่า การรายงานข่าวเกี่ยวกับการประท้วง “ไม่ใช่อาชญากรรม” แต่ “การชี้นำ การปลุกระดม และการบิดเบือนข้อมูล” ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้น มาตรการจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะยังคงดำเนินต่อไปก่อน เพื่อป้องกันการปลุกระดมทางออนไลน์ แต่ยืนยันว่า “ไม่ตลอดไป”

พ.อ.พิเศษ จอ มิน ตุน ยืนยันว่า รัฐบาลทหารเมียนมาให้ความสำคัญกับการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และการรักษาเสถียรภาพด้านความมั่นคงภายในประเทศ ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงประเมินการก่อความรุนแรงลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงหันไป “เพิ่มความสำคัญ” กับบรรดาแกนนำ และย้ำว่าพร้อมใช้ “มาตรการเด็ดขาด” ตลอดเวลา จากการที่สถานการณ์ชุมนุมอย่างสงบ บานปลายเป็นการจลาจลและมีการใช้อาวุธ
 
ปัจจุบันคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ “ประเทศเพื่อนบ้าน 5 แห่ง” โดยไม่มีการขยายความว่าคือประเทศใดบ้าง และรัฐบาลทหารเมียนมายังให้ความสำคัญ กับทุกคำแนะนำและทุกคำวิจารณ์ ตลอดจนให้เกียรติทุกประเทศ ที่มีความเข้าใจต่อกระบวนการรักษาสันติสุขภายในเมียนมา